กาว EVA ต่างจาก PUR อย่างไร?

29-08-2025

กาว EVA ต่างจาก PUR อย่างไร?

ในอุตสาหกรรมการผลิตเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ การเลือกใช้กาวสำหรับเครื่องปิดขอบ (Edge Banding) ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพ ความทนทาน และความสวยงามของผลิตภัณฑ์ กาวที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภทหลัก คือ กาว EVA (Ethylene-Vinyl Acetate) และ กาว PUR (Polyurethane Reactive) ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ จุดเด่น และความเหมาะสมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ในอุตสาหกรรมการผลิตเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ การเลือกใช้กาวสำหรับเครื่องปิดขอบ (Edge Banding) ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพ ความทนทาน และความสวยงาม

🔹กาว EVA (Ethylene-Vinyl Acetate)

กาว EVA เป็นกาวเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic Adhesive) ที่ละลายเมื่อถูกความร้อน และแข็งตัวเมื่อเย็นลง สามารถละลายซ้ำได้ ใช้งานกันอย่างแพร่หลายมานาน เนื่องจากใช้งานง่ายและคุ้มค่า

คุณสมบัติเด่นของกาว EVA

  • ต้นทุนต่ำกว่า: ราคาประหยัดกว่ากาว PUR เหมาะสำหรับงานผลิตจำนวนมากที่ต้องการควบคุมต้นทุน

  • ใช้งานง่าย: การละลายและการยึดติดไม่ซับซ้อน เครื่องปิดขอบทั่วไปสามารถใช้งานได้

  • ซ่อมแซมง่าย: หากเกิดการบกพร่อง เช่น ขอบไม่ติดแน่น สามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยความร้อน

  • เหมาะกับงานทั่วไป: เช่น เฟอร์นิเจอร์ในร่ม เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ตู้ ชั้นวาง ที่ไม่ได้ต้องการคุณสมบัติทนความชื้นหรือความร้อนสูงมาก

ข้อจำกัดของกาว EVA คือ ความทนทานต่อความชื้นและความร้อนไม่สูงมากนัก หากใช้งานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือมีความชื้นสูง อาจเกิดการเสื่อมสภาพเร็วกว่ากาวชนิดอื่น

กาว EVA เป็นกาวเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic Adhesive) ที่ละลายเมื่อถูกความร้อน และแข็งตัวเมื่อเย็นลง สามารถละลายซ้ำได้ ใช้งานกันอย่างแพร่หลายมานาน เนื่องจากใช้งานง่ายและคุ้มค่า

🔹กาว PUR (Polyurethane Reactive)

กาว PUR จัดเป็นกาวรีแอคทีฟ (Reactive Adhesive) ที่เมื่อผ่านการละลายและยึดติดแล้ว จะเกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้กาวแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ ไม่สามารถละลายซ้ำได้ ถือเป็นนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์งานที่ต้องการคุณภาพสูงคุณสมบัติเด่นของกาว PUR

คุณสมบัติเด่นของกาว PUR

  • การยึดติดแข็งแรงกว่า: สร้างพันธะทางเคมีกับวัสดุ ทำให้ติดแน่นและทนแรงดึงสูง

  • ทนความร้อนและความชื้นได้ดีเยี่ยม: เหมาะกับงานที่ต้องเจอสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ หรือเฟอร์นิเจอร์ส่งออก

  • ขอบบางและเรียบเนียนกว่า: กาว PUR ใช้ในปริมาณน้อยกว่ากาว EVA ทำให้รอยต่อขอบมีความบาง สวยงามใกล้เคียงการปิดผิวแบบไร้รอยต่อ (Seamless Look)

  • อายุการใช้งานยาวนาน: ทนต่อการเสื่อมสภาพมากกว่า EVA อย่างเห็นได้ชัดข้อจำกัดของกาว PUR คือ ราคาสูงกว่ากาว EVA และต้องใช้เครื่องจักรที่รองรับระบบ PUR โดยเฉพาะ อีกทั้งการซ่อมแซมทำได้ยากกว่า เนื่องจากกาวไม่ละลายอีกครั้งเมื่อโดนความร้อน

ข้อจำกัดของกาวPUR คือ ราคาสูงกว่ากาว EVA และต้องใช้เครื่องจักรที่รองรับระบบ PUR โดยเฉพาะอีกทั้งการซ่อมแซมทำได้ยากกว่า เนื่องจากกาวไม่ละลายอีกครั้งเมื่อโดนความร้อน

บริษัท ต้าโจวอินดัสทรี มีความเชี่ยวชาญในการจัดจำหน่ายเครื่องจักรและวัสดุสำหรับงานไม้ครบวงจร รวมถึงกาวสำหรับเครื่องปิดขอบทั้งชนิด EVA และ PUR

🔹ควรเลือกใช้งานแบบไหน?

  • หากเน้น ต้นทุนประหยัด งานทั่วไปภายในอาคาร และการผลิตจำนวนมาก กาว EVA คือคำตอบ

  • หากเน้น คุณภาพ ความทนทาน และความสวยงามระดับพรีเมียม กาว PUR จะเหมาะสมกว่า แม้มีต้นทุนสูง แต่ช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ได้คุ้มค่า

บริษัท ต้าโจวอินดัสทรี มีความเชี่ยวชาญในการจัดจำหน่ายเครื่องจักรและวัสดุสำหรับงานไม้ครบวงจร รวมถึงกาวสำหรับเครื่องปิดขอบทั้งชนิด EVA และ PUR

✨ สรุป

กาว EVA และกาว PUR ต่างมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับความต้องการด้านคุณภาพ ต้นทุน และประเภทของงานเป็นหลัก หากคุณเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่มุ่งเน้นงานทั่วไปในร่ม กาว EVA อาจเพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากผลิตสินค้าสำหรับตลาดพรีเมียม หรือส่งออกไปยังประเทศที่มีสภาพอากาศแปรปรวน กาว PUR จะช่วยสร้างมาตรฐานที่สูงกว่า

บริษัท ต้าโจวอินดัสทรี มีความเชี่ยวชาญในการจัดจำหน่ายเครื่องจักรและวัสดุสำหรับงานไม้ครบวงจร รวมถึงกาวสำหรับเครื่องปิดขอบทั้งชนิด EVA และ PUR จากแบรนด์คุณภาพระดับสากล เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้วัสดุได้อย่างเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาและบริการหลังการขายที่คุณวางใจได้

ติดต่อสอบถาม เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ 💡
Facebook : www.facebook.com/tachoutool
Line : @tachou
Email : [email protected]

บทความอื่นๆ