ปืนลมมีกี่ประเภทรู้จัก 5 ประเภทหลัก เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์

27-2-2026

ปืนลมมีกี่ประเภท
รู้จัก 5 ประเภทหลัก เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์

ปืนลม เป็นเครื่องมือสำคัญในงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์ โดยใช้แรงดันลมในการยิงตะปูหรือลูกแม็กเข้าสู่ชิ้นงาน ช่วยให้การประกอบทำได้รวดเร็ว แข็งแรง และสม่ำเสมอมากกว่าการใช้ค้อนแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการทั้งความเร็วและคุณภาพที่สม่ำเสมอในทุกชิ้นงาน

ปัจจุบัน ปืนลมมีหลายประเภท และแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานเฉพาะด้าน การเลือกใช้งานให้เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสียหายของชิ้นงาน และช่วยให้ทำงานได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น

1. ปืนยิงตะปูม้วน (Coil Nailer)

1. ปืนยิงตะปูม้วน (Coil Nailer)

ปืนยิงตะปูม้วนใช้ตะปูที่เรียงอยู่ในลักษณะม้วนเป็นวงกลม ทำให้สามารถบรรจุตะปูได้จำนวนมากในครั้งเดียว เหมาะกับงานที่ต้องยิงตะปูต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่ต้องหยุดเปลี่ยนตะปูบ่อย ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้รองรับงานหนัก และสามารถยิงตะปูขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปืนประเภทนี้ให้แรงยึดสูง เหมาะสำหรับงานโครงสร้างไม้ งานพาเลท งานลังไม้ หรือโครงเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานอย่างมากเมื่อเทียบกับปืนลมประเภททั่วไป

  • 🔹 ข้อดี: สามารถบรรจุตะปูได้จำนวนมาก ทำงานต่อเนื่องได้ยาวนาน ลดเวลาในการเปลี่ยนตะปู และเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

  • 🔹 ข้อจำกัด: ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าปืนประเภทอื่น และอาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดหรือความสวยงามของผิวงาน

  • 🔹 เหมาะกับ: โรงงานผลิตพาเลท โรงงานเฟอร์นิเจอร์โครงสร้าง และงานไม้จริง

2. ปืนยิงลูกแม็กขาเดี่ยว (Pin Nailer)

2. ปืนยิงลูกแม็กขาเดี่ยว (Pin Nailer)

ปืนยิงลูกแม็กขาเดี่ยว ใช้ลูกแม็กหรือตะปูขนาดเล็กมาก โดยแทบไม่ทิ้งรอยบนผิวไม้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเรียบร้อยสูง เช่น งานติดบัว งานตกแต่ง หรืองานที่ไม่ต้องการให้เห็นรอยตะปูบนพื้นผิวเนื่องจากลูกแม็กมีขนาดเล็ก จึงเหมาะสำหรับการยึดชิ้นงานชั่วคราว หรือใช้ร่วมกับกาว เพื่อช่วยยึดตำแหน่งก่อนที่กาวจะแห้ง ช่วยให้งานดูเรียบร้อยและลดขั้นตอนการเก็บผิวงาน

  • 🔹 ข้อดี: รอยยิงมีขนาดเล็กมาก ทำให้ผิวงานดูเรียบร้อย และลดขั้นตอนการโป๊วหรือเก็บงาน

  • 🔹 ข้อจำกัด: แรงยึดไม่สูง จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักหรือแรงมาก

  • 🔹 เหมาะกับ: งานตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ งานบัว และงานที่ต้องการความสวยงามของผิวงาน

3. ปืนยิงลูกแม็กคอนกรีต (Concrete Nailer)

3. ปืนยิงลูกแม็กคอนกรีต (Concrete Nailer)

ปืนยิงลูกแม็กคอนกรีต ถูกออกแบบมาเพื่อยิงตะปูหรือลูกแม็กเข้าสู่พื้นผิวที่แข็ง เช่น คอนกรีต หรือวัสดุที่มีความแข็งสูง โดยใช้แรงดันลมหรือระบบเฉพาะในการเพิ่มแรงยิง ปืนประเภทนี้ช่วยให้สามารถยึดโครงไม้เข้ากับพื้นหรือผนังคอนกรีตได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเจาะรูหรือใช้พุกในบางกรณี ช่วยลดเวลาในการติดตั้งและเพิ่มความสะดวกในการทำงาน

  • 🔹 ข้อดี: สามารถยิงเข้าวัสดุแข็งได้โดยตรง ลดขั้นตอนการเจาะ และเพิ่มความเร็วในการติดตั้ง

  • 🔹 ข้อจำกัด: ใช้งานเฉพาะด้าน และไม่เหมาะกับงานไม้ทั่วไป

  • 🔹 เหมาะกับ: งานติดตั้งโครงไม้กับพื้นหรือผนังคอนกรีต

4. ปืนยิงลูกแม็กขาคู่ (Stapler)

4. ปืนยิงลูกแม็กขาคู่ (Stapler)

ปืนยิงลูกแม็กขาคู่ เป็นหนึ่งในปืนลมที่ใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ โดยใช้ลวดแม็กที่มีขา 2 ขา ซึ่งช่วยกระจายแรงยึด ทำให้ยึดชิ้นงานได้แน่นและมั่นคง เหมาะสำหรับงานประกอบโครงตู้ งานยึดแผ่นไม้ และงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ปืนประเภทนี้ช่วยเพิ่มความเร็วในการประกอบ และทำให้ตำแหน่งการยึดมีความสม่ำเสมอ ลดเวลาในการทำงาน และช่วยให้คุณภาพงานมีมาตรฐานมากขึ้น

  • 🔹 ข้อดี: ให้แรงยึดดี เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป และช่วยเพิ่มความเร็วในการประกอบ

  • 🔹 ข้อจำกัด: อาจทิ้งรอยแม็กบนผิวงาน ซึ่งอาจต้องมีการเก็บงานเพิ่มเติม

  • 🔹 เหมาะกับ: โรงงานเฟอร์นิเจอร์ งานประกอบตู้ และงานไม้ทั่วไป

5. ปืนยิงลวดลูกแม็กรังผึ้ง (Carton Stapler / Honeycomb Stapler)

5. ปืนยิงลวดลูกแม็กรังผึ้ง (Carton Stapler / Honeycomb Stapler)

ปืนยิงลวดลูกแม็กรังผึ้ง ใช้ลวดแม็กที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการแรงยึดสูง และครอบคลุมพื้นที่ยึดมาก เช่น งานประกอบลังไม้ งานบรรจุภัณฑ์ หรืองานที่ต้องการความแข็งแรงของโครงสร้าง ลูกแม็กรังผึ้งช่วยกระจายแรงยึดได้ดี ทำให้ชิ้นงานมีความแข็งแรง และลดโอกาสที่วัสดุจะหลุดหรือคลายตัว เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานสูง

  • 🔹 ข้อดี: ให้แรงยึดสูง และเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและความทนทาน

  • 🔹 ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความสวยงาม

  • 🔹 เหมาะกับ: งานลังไม้ งานบรรจุภัณฑ์ และงานโครงสร้างไม้

ปืนลมมีกี่ประเภท รู้จัก 5 ประเภทหลัก เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์

สรุป

ปืนลม แต่ละประเภทมีบทบาทและความเหมาะสมกับงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานตกแต่งที่ต้องการความละเอียดสูง ไปจนถึงงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงและความรวดเร็ว การเลือกใช้ปืนลมให้เหมาะกับลักษณะงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดเวลาในการทำงาน ลดความเสียหายของชิ้นงาน และช่วยให้คุณภาพงานมีความสม่ำเสมอมากขึ้นในทุกชิ้น

หากคุณกำลังมองหาปืนลมที่เหมาะกับงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์ Tachou Industry พร้อมให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ พร้อมจำหน่ายปืนลมและอุปกรณ์ที่คัดเลือกมาให้เหมาะกับการใช้งานจริงในโรงงานและงานอุตสาหกรรม รวมถึงช่วยแนะนำการเลือกใช้งานให้สอดคล้องกับประเภทงานและไลน์การผลิต เพื่อให้คุณสามารถ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และได้คุณภาพสูงสุดในระยะยาว

❓ FAQ: คำถามที่พบบ่อย

1. ปืนลมดียังไง?

ปืนลมช่วยให้การประกอบงานไม้ทำได้รวดเร็วและมีความแม่นยำมากขึ้น เพราะสามารถยิงตะปูหรือลูกแม็กได้ทันทีโดยไม่ต้องออกแรงตอกเหมือนการใช้ค้อน ทำให้ลดเวลาในการทำงานและเพิ่มจำนวนการผลิตต่อวัน และ ปืนลมยังให้แรงยิงที่สม่ำเสมอ ช่วยให้ตะปูหรือลูกแม็กยึดติดได้แน่น ลดปัญหางานหลวม และช่วยให้คุณภาพของชิ้นงานมีมาตรฐานมากขึ้น จึงเหมาะสำหรับทั้งงานเฟอร์นิเจอร์ งานประกอบตู้ และงานผลิตในโรงงาน

2. ปืนยิงลูกแม็กกับปืนยิงตะปู ต่างกันอย่างไร?

ปืนยิงลูกแม็กและปืนยิงตะปูมีความแตกต่างกันที่ “ลักษณะของตัวยึด” และ “ความแข็งแรงของการยึด”ปืนยิงลูกแม็กเหมาะกับงานยึดแผ่นวัสดุ เช่น หลังตู้ แผ่น MDF ไม้อัด หรือชิ้นส่วนที่ไม่ต้องรับแรงมาก จุดเด่นคือยิงได้เร็ว รอยเล็ก และช่วยลดโอกาสที่ไม้จะแตก เหมาะกับงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปและงานที่ต้องการความเรียบร้อยของผิวงาน ส่วนปืนยิงตะปูจะใช้ตะปู ซึ่งสามารถเจาะลึกและให้แรงยึดที่แข็งแรงกว่าอย่างชัดเจน เหมาะกับงานโครงสร้าง เช่น โครงตู้ โครงเฟอร์นิเจอร์ โครงไม้ หรือชิ้นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักและต้องการความแข็งแรงในระยะยาว

3. ปืนยิงลูกแม็กขาเดี่ยวกับขาคู่ ต่างกันอย่างไร?

  • ลูกแม็กขาเดี่ยว จะมีลักษณะเป็นเส้นตรงเพียงขาเดียว (คล้ายตะปูขนาดเล็ก) ให้รอยเล็ก สวยงาม เหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบร้อย เช่น งานบัว งานปิดผิว งานตกแต่ง และงานที่ไม่ต้องรับแรงมาก

  • ลูกแม็กขาคู่ จะมีลักษณะเป็นรูปตัวยู มี 2 ขา ช่วยยึดจับพื้นที่ได้กว้างกว่า ทำให้แรงยึดแน่นกว่า เหมาะกับงานประกอบโครง งานตู้ งานยึดแผ่น และงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป

4. ปืนลมต้องใช้กับปั๊มลมขนาดเท่าไร?

โดยทั่วไป ปืนลมสำหรับงานไม้ใช้แรงดันประมาณ 4–7 บาร์ (60–100 PSI) ซึ่งปั๊มลมขนาดเล็กถึงกลางก็เพียงพอ แต่หากใช้หลายเครื่องพร้อมกันในโรงงาน ควรเลือกปั๊มลมที่มีถังลมขนาดใหญ่และจ่ายลมได้ต่อเนื่อง เพื่อให้แรงยิงสม่ำเสมอ

5. ปืนลมช่วยเพิ่มความเร็วในการผลิตได้จริงหรือไม่?

ช่วยได้อย่างมาก เพราะปืนลมสามารถยิงได้รวดเร็วและสม่ำเสมอ ลดเวลาการใช้ค้อนหรือเครื่องมือแบบ Manual และช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ปฏิบัติงาน ทำให้โรงงานสามารถเพิ่มจำนวนการผลิต และควบคุมคุณภาพงานได้ดีขึ้น

ติดต่อสอบถาม เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ 💡
Facebook : www.facebook.com/tachoutool
Line : @tachou
Email : [email protected]

บทความอื่นๆ